ทองมี่กี่ประเภท-และมีวิธีดูอย่างไร

รู้ก่อนซื้อ เพื่อความคุ้มค่าและป้องกันโดนหลอก

"ทอง" ถือเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะซื้อเพื่อใส่เป็นเครื่องประดับ ลงทุน หรือมอบเป็นของขวัญ แต่รู้หรือไม่ว่าทองมีหลายประเภท
และแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร? วันนี้เราจะพาไปรู้จักประเภทของทอง และวิธีดูทองแท้ง่ายๆ เพื่อให้คุณเลือกซื้ออย่างมั่นใจ


วิธีดูทองแท้เบื้องต้น

  • สังเกตสัญลักษณ์หรือตราประทับ (Hallmark)
  • มักมีเลขบอกเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ เช่น 999 (99.9%), 750 (75%), 585 (58.5%), 375 (37.5%)

  • ดูสีและน้ำหนัก
  • ทองแท้สีจะดูนวลลึก มีน้ำหนักพอสมควร ไม่เบาโหลเหมือนทองปลอม

  • ทดสอบด้วยแม่เหล็ก
  • ทองแท้ไม่ดูดติดแม่เหล็ก ถ้าติดแม่เหล็กแสดงว่ามีโลหะผสมอื่นหรือเป็นทองปลอม

  • ตรวจสอบกับร้านหรือช่างที่เชื่อถือได้
  • หากไม่มั่นใจ ควรให้ร้านทองหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ เช่น ตรวจด้วยเครื่องมือวัดความบริสุทธิ์

ประเภทของทอง แบ่งตามมาตรฐานความบริสุทธิ์

1. ทองคำ 24K (ทองคำบริสุทธิ์ 99.99%)
  • มีสีทองอร่ามชัดเจน
  • เนื้อทองนิ่ม ดัดโค้งงอหรือบุบง่าย
  • นิยมใช้ทำทองแท่ง, เหรียญทอง หรือเครื่องประดับบางประเภท
  • มีมูลค่าสูง เหมาะสำหรับการลงทุนเก็บสะสม

2. ทองคำ 18K (ทอง 75%)
  • ผสมโลหะอื่น 25% เช่น เงิน, ทองแดง, แพลเลเดียม
  • สีทองสวย แต่แข็งแรงกว่า 24K
  • นิยมใช้ทำเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อย ต่างหู
  • ราคาย่อมเยากว่าทอง 24K แต่ยังมีคุณค่าและความหรูหรา

3. ทองคำ 14K (ทอง 58.5%)
  • ผสมโลหะอื่นประมาณ 41.5%
  • มีความแข็งแรง ทนทานสูง
  • สีทองดูอ่อนกว่าทอง 18K และ 24K
  • นิยมใช้ในงานจิวเวลรี่แฟชั่น หรือเครื่องประดับดีไซน์ร่วมสมัย

4. ทองคำ 9K (ทอง 37.5%)
  • มีเนื้อทองประมาณ 37.5% ที่เหลือเป็นโลหะอื่น
  • ทนทาน สีทองจะอ่อนกว่าและอาจดูออกโทนเหลืองขาว
  • ราคาไม่สูงมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเครื่องประดับในงบประมาณที่คุ้มค่า

สรุป

การเลือกซื้อทอง นอกจากดูเรื่องดีไซน์และราคาแล้ว ควรศึกษาเรื่องประเภทของทอง ความบริสุทธิ์ และวิธีดูทองแท้เพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะหากซื้อเพื่อการลงทุน ควรเลือกร้านที่มีใบรับรองชัดเจน และเลือกประเภททองให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ เช่น ทอง 24K สำหรับเก็บสะสม ทอง 18K หรือ 14K สำหรับใส่เป็นเครื่องประดับที่ทนทาน